รถหรู พลังไฟฟ้า

Posted by hmarkbd | Posted in Uncategorized | Posted on 10-05-2013-05-2008

0

e-tron เป็นที่รู้จักครั้งแรกกับต้นแบบพลังไฟฟ้าที่เปิดตัวในงานแฟรง์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2009 ซึ่งชื่อนี้ ทำธุรกิจ ถูกนำมาใช้เพื่อระบุถึงรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าหรือไฮบริ ดของออดี้ และทางออดี้เองก็มีการผลิตต้นแบบเวอร์ชันต่างๆ ออกมาจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง ทว่าแต่ละคันที่นำมาอวดโฉมกลับมีหน้าตาล้ำสมัย จนเหมือนกับมีหน้าที่หลักอยู่แค่การโชว์ตัวอยู่บนเวที ยกเว้น A3 คันนี้ที่จะเปิดตัวในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2013 ช่วงต้นเดือนมีนาคม

ไฮไลต์เด่นของต้นแบบ e-tron คันนี้คือ การขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินแบบ 1,400 ซีซี TFSI ที่มีกำลังสูงสุด 150 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 75 กิโลวัตต์ และทั้ง 2 ระบบจะทำหน้าที่ในการถ่ายทอดกำลังอย่างต่อเนื่อง โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดในรอบช่วงต้นไม่เกิน 2,000 รอบ/นาที ขณะที่เครื่องยนต์สันดาปภายในสามารถผลิตกำลังสูงสุดออกในช่วงระหว่าง 1,750-4,000 รอบ/นาที ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันจะสามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. อีกทั้งตัวรถยังสามารถเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าได้อีกด้วย

ในเรื่องอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตัวรถใช้เวลาเพียง 7.6 วินาทีในการทำอัตราเร่ง และมีความเร็วสูงสุด 222 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนในเรื่องอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ 1.5 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือ 66.66 กิโลเมตร/ลิตร มีการคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับ 35 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่แบบ e-S Tronic แบบ 6 จังหวะ

ส่วนระบบการทำงานก็ไม่แตกต่างจากข่าวยานยนต์ไฮบริดทั่วไป ผู้ขับสามารถเลือกขับได้ทั้ง EV Mode หรือ Hybrid Mode ซึ่งในโหมดไฟฟ้า ตัวรถสามารถแล่นได้ในระยะทาง 50 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนในโหมดไฮบริด เครื่องยนต์ TFSI จะตอบสนองการขับเคลื่อนที่เร้าใจ โดยที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริมในการขับเคลื่อนในบางครั้ง ดูจากภาพรวมแล้ว โอกาสที่จะขึ้นไลน์ผลิตมีค่อนข้างสูง เพียงแต่ว่าออดี้จะเลือกเปิดตัวกับรถยนต์รุ่นไหนเท่านั้นเอง รวมถึงระบบจะมีความแตกต่างจากตัวต้นแบบมากน้อยแค่ไหนด้วย ติดตามได้ที่ http://tamaas.com

อีกทั้งในปี 2015 จะเป็นปีที่ประเทศเยอรมนีให้ความสนใจกับรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า เพราะในปีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการผลักดันให้มีประชากรรถยนต์ประเภทนี้ บนท้องถนนในเยอรมนีให้เกิน 1 ล้านคันภายในปี 2020 และผลผลิตจากโปรเจกต์ e-tron ก็น่าจะมีส่วนร่วมด้วย

Chevrolet Aveo cng ใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ CNG

Posted by hmarkbd | Posted in รถยนต์ | Posted on 07-05-2013-05-2008

0

สื่อ ข่าวยานยนต์ คนรักรถ Chevrolet Aveo cng โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ CNG แต่งสปอร์ตภายนอกด้วยกันจังหน้าโครเมี่ยม เต็มเปี่ยมแสงสว่างด้วยไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า ต่อให้หมอกหน้าแค่ไหน ก็ส่องแสงทะลุปรุโปร่ง ให้คุณมองเห็นทางได้ชัดเจน พาคุณวิ่งได้เต็มสมรรถนะด้วยล้ออัลลอยที่พร้อมถอย และวิ่งทุกท้องถนน ภายในมีห้องโดยสารที่กว้างขวางรอบรับ 4mท่านให้นั่งกันแบบเต็มที่ เต็มความสบาย ไม่ว่าจะนั่งท่าไหร่ ก็ฟรีสไตล์สุดๆ พร้อมยังมีกระจกหน้าต่างไฟฟ้า และระบบเซ็นทรัลล็อค พร้ิอมสวิตช์ แบบจัดเต็ม ให้คุณควบคุมกันได้เกินประสิทธิภาพไปเลย

เชฟโรเลต อาวีโอ้ ซีเอ็นจี มีระบบเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ให้คุณพบกับความเย็นฉ่ำที่คาดไม่ถึงทั่วทั้งคัน ด้วยการส่งมอบความเย็นให้คุณทุกกองศา ไม่ว่าจะนั่งด้านหน้า หรือนั่งด้านหลัง ก็พร้อมรับพลังความเย็นกันได้เต็มๆ เพิ่มความเท่ด้วยนาฬิกาดิจิตอลภายในห้องโดยสาร บ่งบอกเวลาที่คุณต้องการได้อย่างล้ำสไตล์ พร้อมความบันเทิงที่จัดเต็มให้คุณได้โยกย้ายภายในรถ กับเครื่องเล่นซีดี เอ็มพี3 วิทยุเอฟเอ็ม สถานที่ท่องเที่ยว ให้คุณได้ครื้นเครงกันแบบสุดๆ นอกจากนั้นแล้ว ยังใช้พวงมาลัยพาวเวอร์ สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ และกุญแจ พร้อมรีโมทควบคุมการล็อค และปลดล็อคได้อย่างยอดเยี่ยม

 แหล่งที่มา http://ktvr.net

ค่ายรถVolkswagen กำลังพัฒนาระบบเกียร์แบบใหม่และเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติ

Posted by hmarkbd | Posted in Uncategorized | Posted on 02-05-2013-05-2008

0

ผศ.ดร. Martin Winterkorn ประธานบริษัทเครือ Volkswagen กล่าวว่าทางบริษัท ข่าวยานยนต์ กำลังพัฒนาระบบเกียร์แบบใหม่และเครื่องยนต์ดีเซลกำลังสูงสำหรับใช้ในรถยนต์ที่จะผลิตในอนาคต ทางบริษัทยืนยันว่าเครื่องยนต์ที่กำลังพัฒนาขึ้นนั้นเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่มีกำลัง 136 แรงม้าต่อ 1000 ซีซี และยังเผยว่ากกำลังพัฒนาระบบเกียร์ 10 สปีดที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ถึงแม้ยังไม่บอกการเปิดตัวเทคโนโลยี รถมาใหม่ ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ท่านประธาน Winterkorn ได้กล่าวถึงอนาคตไว้ว่า “ตั้งแต่ปี 2000 เราได้พัฒนาเครื่องยนต์ TDI และ TSI ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เราคาดว่าภายในปี 2020 เราจะสร้างเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันขึ้นจากเดิมอีก 15 เปอร์เซ็นต์” และนอกจากนี้ ยังเห็นว่าเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะ ได้รับการพัฒนาจนสมูบรณ์แล้ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาถูก และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ซึ่งทาง Volkswagen ก็ยังไม่ทิ้งโครงการพลังงานไฟฟ้า และมีแผนเปิดตัว Audi A3 e-Tron และ Porsche Panamera E-hybrid ขายในเวลาอันใกล้ และตามด้วยรถยนต์ Plug-in Hybrid อีกหลายรุ่น เช่น VW Golf, VW Passat, Audi A6 และ Porsche Cayenne เป็นต้น ดูรายละเอียด http://wswsystems.com

เปิดตัว Kia 2014 Soul Compact MPV ตัวใหม่

Posted by hmarkbd | Posted in Uncategorized | Posted on 29-04-2013-05-2008

0

สถานที่ท่องเที่ยว

Kia Soul สร้างบนพื้นฐานของ Kia Track’ster Concept รถต้นแบบของ Kia เอง โดยการออกแบบเน้นที่ความสะดวกสบายระหว่างโดยสาร ปรับปรุงวัสดุภายในให้นุ่มนวลและมีเบาะหนังให้เลือก ประตูด้านหลังที่เปิดใส่ของได้ง่ายขึ้น หน้าจอแสดงผลกลางรถขนาด 8 นิ้ว ระบบสัมผัสที่แสดงข้อมูลต่าง ๆ ภายในรถ เช่น วิทยุ โทรศัพท์ ระบบนำทาง รวมถึงมีหน้าจอ TFT LCD เสริมสำหรับเบาะนั่งด้านหลังเป็นตัวเลือกเสริมด้วย

จุดที่น่าสนใจของ Kia Soul คือ การใช้ระบบสนับสนุนการขับขี่ที่ชื่อว่า UVO eServices เป็นระบบที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ ภายในมีคอมพิวเตอร์ประมวลผลการทำงานอยู่ สามารถเล่นเพลง เล่นวิทยุ สั่งการด้วยเสียง บันทึกเพลงที่ชอบจากโทรศัพท์ลงไปในรถได้บนหน่วยความจำขนาด 1 GB หากผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจากทาง Kia ที่ใช้เชื่อมต่อเข้ากับรถ เทคโนโลยีนี้จะให้ข้อมูลต่าง ๆ ของรถส่งมาที่สมาร์ทโฟนของเรา เช่น พฤติกรรมการขับขี่ ความผิดปกติต่าง ๆของรถ ตำแหน่งของรถโดยค้นหาจาก GPS โทรเบอร์ฉุกเฉินอัตโนมัติ และยังสามารถแสดงผลแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบนมือถือ เช่น Pandora internet radio เป็นต้น โดยระบบนี้จะติดตั้งให้ในรุ่น Plus กับ Exclaim

วิศวกรของ Kia ได้ออกแบบโครงนิรภัยให้มีความแข็งแรงขึ้นถึง 29 เปอร์เซ็นต์ และยังใช้เหล็กชนิดแข็งพิเศษกับโครงรถถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น เครื่องยนต์มีให้เลือกสองแบบ 4 สูบ ขนาด 1600 ซีซี 130 แรงม้า และ 4 สูบ 2000 ซีซี 164 แรงม้า เกียร์มีให้เลือกทั้ง แบบอัตโนมัติ 6 สปีด หรือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด โดยรถคันนี้มีกำหนดออกจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2013 ในรุ่น Base, Plus และ Exclaim สำหรับราคาจำหน่ายยังไม่ได้เปิดเผยแต่อย่างใด

ข่าวยานยนต์

2 รถต้นแบบจาก Toyata ในงาน Shanghai Auto Show 2013

Posted by hmarkbd | Posted in Uncategorized | Posted on 26-04-2013-05-2008

0

Toyota ค่ายรถยอดนิยมจากญี่ปุ่น เปิดตัวรถต้นแบบ 2 คัน เพื่อรับผู้บริโภคชาวจีน เน้นการใช้เครื่องยนต์ไฮบริด มีทั้งแบบรถครอบครัวและรถสำหรับคนรุ่นใหม่

Toyota ได้เปิดตัวรถต้นแบบ 2 คันได้แก่ FT-HT Yuejia ซึ่ง Yuejia เป็นภาษาจีนแปลว่า ครอบครัวแสนสุข เป็นรถยนต์ที่นั่ง 3 ช่วง 6 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย แบ่งที่นั่งเป็น 3 ตอน ตอนละ 2 ที่นั่งเพิ่มความกว้างขวาง ประตูเปิดกว้างแบบ Cab ไม่มีเสากั้นกลาง ขึ้นลงสะดวก พร้อมด้วยเครื่องยนต์แบบไฮบริด โดยรถรุ่นผลิตจริงจะเป็นรุ่นพิเศษสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ

อีกคันหนึงคือ Toyota Yundong Shuangqing II แปลว่า การเคลื่อนไหวของหมู่เมฆ และการผสานกลมกลืน (Shuangqing อาจแปลได้ว่าคือ การทำงานของเครื่องยนต์แบบไฮบริดที่ผสานพลังงานน้ำมันกับไฟฟ้าเข้าด้วยกัน) การออกแบบเน้นความทันสมัยชัดเจน สีฟ้าบ่งบอกถึงการเป็นรถไฮบริดของ Toyota โดยรถต้นแบบคันนี้ เป็นรถต้นแบบ 4 ประตู ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด

สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริดของรถยนต์ทั้งสองนี้ Toyota ได้วางแผนการให้ Toyota R&D Center ที่ เมืองชางซู ประเทศจีน เป็นผู้คิดค้นและผลิตขึ้นให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ของคนจีนเอง โดยรถยนต์รุ่นผลิตจริงจากต้นแบบทั้งสองจะจัดจำหน่ายได้ในปี 2015

4 ค่ายรถชั้นนำญี่ปุ่น เรียกคืนรถครั้งใหญ่ 3.4 ล้านคันทั่วโลก

Posted by hmarkbd | Posted in Uncategorized | Posted on 22-04-2013-05-2008

0

4 ค่ายรถชั้นนำญี่ปุ่น โตโยต้า-ฮอนด้า-นิสสัน-มาสด้า เรียกคืนรถครั้งใหญ่ 3.4 ล้านคันทั่วโลก หลังพบปัญหาถุงลมนิรภัยมีปัญหามาจากโรงงานผู้ผลิต
          เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 รายงานว่า ค่ายรถชั้นนำของญี่ปุ่น 4 แห่ง ได้แก่ ฮอนด้า นิสสัน โตโยต้า และมาสด้า จะเรียกคืนรถทั่วโลกมากถึง 3.4 ล้านคัน เพื่อ ตรวจซ่อมถุงลมนิรภัย (แอร์แบ็ก) ส่วนที่อยู่เบาะผู้โดยสารด้านหน้า หลังพบว่าตัวอัดก๊าซไนโตรเจนถูกอัดความดันมากเกิน จนเสี่ยงเกิดการแตกและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ รวมทั้งอาจทำให้ถุงลมนิรภัยทำงานไม่เป็นปกติขณะเกิดการชน แต่ยังไม่มีผู้บาดเจ็บจากปัญหาส่วนนี้
สำหรับรถที่เรียกคืน 3.4 ล้านคันนี้ ประกอบไปด้วย
   – โตโยต้า 1.73 ล้านคัน ได้แก่ รุ่นโคโรลล่า แมทริกซ์ คัมรี่ และเลกซัส เอสซี (ผลิตช่วงปี 2543-2547)
               – ฮอนด้า 1.13 ล้านคัน ได้แก่ รุ่นซีวิค ซีอาร์-วี และโอดิสซี่
               – นิสสัน 480,000 คัน ได้แก่ รุ่นคิวบ์ เอ็กเทรล แม็กซิมา และเทียนา (ผลิตช่วงปี 2543-2547)
               – มาสด้า 45,463 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถในญี่ปุ่น 4,384 คัน ได้แก่ รุ่นอาร์เอ็กซ์-8 และมาสด้า 6


          โดยทางด้านโฆษกของโตโยต้า แถลงว่า บริษัท จะทำการเรียกคืนรถ 1.73 ล้านคัน ที่ติดตั้งอุปกรณ์จุดระเบิดให้เกิดลมเพื่อให้ถุงลมนิรภัยพองออกมา ซึ่งอาจมีชิ้นส่วนที่เรียกว่า propellant wafer บกพร่อง ส่งผลให้ถุงลมไม่พองตัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และการอัดก๊าซเข้าถุงลมแบบผิดปกติอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในของรถติดไฟและทำให้ เกิดไฟไหม้รถได้อีกด้วย


          ทั้งนี้ การเรียกคืนรถ ครั้งใหญ่ของค่ายรถยนต์ทั้ง 4 แห่ง มีสาเหตุมาจากการใช้ถุงลมนิรภัยจากแหล่งเดียวกันคือ บริษัท ทากาตะ ของญี่ปุ่น ซึ่งก็ทำส่งขายให้ค่ายรถยนต์สัญชาติอื่น ๆ ด้วย เช่น เดมเลอร์ เบนซ์ และฟอร์ด มอเตอร์ อย่างไรก็ดี ขณะนี้หุ้นของทากาตะดิ่งลงอย่างรวดเร็วถึง 11% ในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียว หลังมีข่าวการเรียกคืนรถครั้งใหญ่ เพราะปัญหาที่เกิดกับถุงลมนิรภัย
          ทางด้านโฆษกของทากาตะ คอร์ป บริษัทซึ่งตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงโตเกียว ได้ออกคำแถลงแสดงความเสียใจเป็นที่สุดที่เป็นต้นเหตุทำให้ต้องมีการเรียกรถคืนกลับมาซ่อมแซมเช่นนี้ พร้อมกับระบุว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับพวกผู้ผลิตรถทั้งหลายในการ เปลี่ยนส่วนที่บกพร่องด้วยวิธีแบ่งปันกันแบกรับค่าใช้จ่ายบางส่วน

รถหรู,ทัวร์ต่างประเทศ,ค่ายรถชั้นนำญี่ปุ่น,โตโยต้า,ฮอนด้า,นิสสัน,มาสด้า,ติดตั้งอุปกรณ์รถundefined

2014 ASTON MARTIN RAPIDE S เพิ่มความแรงแต่ลดมลพิษ

Posted by hmarkbd | Posted in Uncategorized | Posted on 25-01-2013-05-2008

0

Aston Martin Rapide S 2014

หลังทำตลาดเพียง 2 ปี แอสตัน มาร์ติน ก็ปรับโฉมสปอร์ตขับหลัง 4 ประตูไฮเอนด์รุ่น Rapide เป็นครั้งแรก เติมรหัส S ต่อท้าย เพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์ V12 อีก 12% เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่เป็นแบบหน้าเต็ม ลบแถบคาดแยกส่วนออกไป ให้ภาพลักษณ์ที่ดุดันและสปอร์ตยิ่งขึ้น มีออปชั่นให้เสียเงินเพิ่มอีกมากกว่า 20 รายการ
Rapide S ยังคงคอนเซปท์เดิมของ Rapide คือเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูระดับไฮเอนด์ ที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน แต่เพิ่มสมรรถนะให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์รหัส AM11 แบบ V12 ความจุ 6.2 ลิตร หายใจธรรมดา เพิ่มกำลังขึ้นเป็น 550 แรงม้า bhp (+80 จากรุ่นปี 2010) ที่ 6,750 รอบ/นาที แรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 63.1 กก.-ม. (+ 1.7) ที่ 5,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. 4.7 วินาที (+0.3) ความเร็วสูงสุด 306 กม./ชม. (+3) ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 จังหวะ Touchtronic ไล่เปลี่ยนเกียร์ได้เองเพื่อความสนุก
จุดเด่นจริงๆ อยู่ที่การเพิ่มกำลังแต่ไม่เพิ่มมลพิษ Aston Martin Rapide S สามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียลงได้ 7% จาก 355 กรัม/กม. เหลือ 332 กรัม/กม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามมาตรฐาน EU 8.46 กม./ลิตร ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยเดิม 6.37 กม./ลิตร ในรุ่นปี 2010 นั้นเป็นตัวเลขทางการของ EPA ซึ่งในรุ่น S ยังต้องรอผลอีกครั้ง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ระบบกันสะเทือนติดรถ ADS – Adaptive Damping System ปรับได้ 3 ระดับ Normal, Sport และ Track ช่วงล่างหน้า – หลังดับเบิลวิชโบน ดิสค์เบรคหน้า – หลัง คาลิเปอร์ โมโนบลอค หน้า 6 สูบ หลัง 4 สูบ ทั้งระบบทำงานร่วมกันระหว่าง ABS, EBD, EBA และแทรคชั่นคอนโทรล ยกเว้น DSC ทำงานเฉพาะในโหมด Track
ออปชั่นมีให้จุใจทั้งภายนอก – ภายใน อาทิ ล้ออัลลอย 20 นิ้ว 4 รูปแบบ (ล้อมาตรฐาน 19 นิ้ว), เลือกสีคาลิเปอร์เบรคได้ 3 สี, ลบสัญลักษณ์รุ่นรอบคัน, ชุดตกแต่งภายใน หนัง ไม้ คาร์บอนไฟเบอร์ หรือเปียโนแบล็คแพคเกจ, ชุดเบาะหนังแบบดูโอโทน ไปจนถึงของจุกจิก เช่น ชุดไฟและที่เขี่ยบุหรี่, กาบบันไดแบบสั่งสลักได้เฉพาะตัว หรือชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
Aston Martin Rapide S จะเริ่มเปิดรับจองตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2013 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายยังไม่เปิดเผยเวลานี้ ทว่าดูจากความเปลี่ยนแปลงโดยรวม ราคาน่าจะไม่สูงกว่าเดิมมากนัก ซึ่งเป็นปกติของการเปลี่ยนรุ่นปี และไม่มีการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่เพิ่มเติม (เดิม 2 แสนดอลลาร์ หรือราว 5.9 ล้านบาท)

Ford fiesta นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่ เข้ามาอยู่ในคนไทย ด้วยการออกแบบที่น่าสนใจในความสปอร์

Posted by hmarkbd | Posted in Uncategorized | Posted on 16-01-2013-05-2008

0

Ford fiesta นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่ เข้ามาอยู่ในคนไทย ด้วยการออกแบบที่น่าสนใจในความสปอร์ ตแต่ในขณะที่บ้านเราคุ้นเคยในรุ่น 4 และ 5 ประตู ในต่างประเทศมีเวอร์ชั่นแปลกเหมาะสำหรับคนชอบขายของ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา กับการแนะนำรถยนต์  ford Fiesta  ใหม่ในตัวปรับโฉม ช่วยผลักดันในเวอร์ชั้นแวนของรถยนต์รุ่นนี้มีการปรับโฉมตามพี่น้องไปด้วย โดยในเวอร์ชั่นรถตู้ หรือ  Van  เป็นเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในตลาดภูมิภาคยุโรป ตอบสนองสำหรับผู้ที่มีธุรกิจการค้าส่วนตัว ที่ยังชอบการขนของไปมาเองด้วย

แม้จะเกิดขึ้นมาเป็นรถที่ควบรวมงานและชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกัน แต่ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ก็ปรับทรวดทรงให้เร้าใจมากขึ้น ด้วยกระจังหน้าแบบ 6 เหลี่ยม พร้อมกระจังโครมเมี่ยมในตัว  ที่ดูลงตัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไปจนถึงในห้องโดยสารที่มากับระบบ  Ford Sync  เหมือนกับในรุ่นอื่นๆ   โดยที่นั่งที่ตัดหายไป 2 ที่นั้นสามารถจุของได้มากขึ้นถึง 485-508 กิโลกรัม  และสามารถรองรับของได้ยาวสูงสุด 1.3 เมตร ในประเทศอังกฤษ Ford Fiesta Van เปิดตัวโฉมใหม่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน  Duratec  ขนาด 1.25 ลิตร ให้กำลัง 81แรงม้า ในขณะที่มันยังมีเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ดีเซลจากขุมพลัง  Duratorq ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 74 แรงม้า และในรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้กำลัง 94 แรงม้านอกจากนี้ Ford  ยังเพิ่มทางเลือกในความประหยัดด้วยการเปิดออพชั่นใหม่สำหรับรถรุ่นนี้หาก ต้องการ กับ  Econetic  Version ให้ความประหยัดมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมมาตรฐานเฉพาะรุ่นอย่าง ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ ,ช่วงล่างที่ลดตัวต่ำลงจากรุ่นมาตรฐาน ,แผงปิดใต้ท้องเพื่อหลักอากาศพลศาสตร์ เช่นเดียวกับใต้ท้องรถ รวมถึงยางลดแรงต้านที่ให้มาพร้อมกันด้วย  โดยในส่วนของมาตรฐานความปลอดภัย ยังมาพร้อมระบบหยุดอัตโนมัติ Ford Fiesta Van เริ่มวาง จำหน่ายในอังกฤษ โดยท้ายสุดนี้ มันมีอัตราประหยัดสูงถึง 32.1 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ดีเซล และในเวอร์ชั่นประหยัดมากกว่า Econetic  ให้อัตราประหยัดสูงถึง 36 กิโลเมตร / ลิตร เลยทีเดียว